กองพัฒนาแหล่งน้ำ

กองพัฒนาแหล่งน้ำ

การประปาส่วนภูมิภาค

การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ (SWOC) ครั้งที่ 13/2567

                                     เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 นางสาวสรัลพร เบญจทรัพย์ ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุม คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 13/2567 ผ่านระบบ VDO Conference โดยมี นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ทำหน้าที่ เป็นประธานในการประชุม

                                     ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำจากหน่วยงานต่างๆ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้

                                     การคาดหมายลักษณะอากาศของประเทศไทยระหว่างวันที่ 6-12 พฤษภาคม 2567

                                     ช่วงวันที่ 6 - 7 พฤษภาคม 2567 จะมีแนวพัดสอบของลมตะวันออกเฉียงใต้และลมใต้พัดปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นหลายพื้นที่ โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่

                                     ช่วงวันที่ 8 - 12 พฤษภาคม 2567 แนวพัดสอบของลมตะวันออกเฉียงใต้และลมใต้ยังคงพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง รวมทั้งมีฝนตกหนักบางพื้นที่

                                     สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงวันที่ 6 – 12 พฤษภาคม 2567 ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนัก

บางแห่ง

                                     ปริมาณฝนสะสมของประเทศไทย ตั้งแต่ 1 มกราคม – 7 พฤษภาคม 2567 ภาพรวมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติ 55% (เอกสารแนบ 1) มีฝนสะสม 101.3  มม.

(ค่าปกติ 224.1 มม.)

                                     การคาดหมายปรากฎการณ์เอนโซ ปัจจุบันอยู่ในสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน และจะอ่อนกำลังลงและเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเป็นกลาง ในเดือนเมษายน-มิถุนายน

ด้วยความน่าจะเป็นร้อยละ 85 จากนั้นมีความน่าจะเป็นร้อยละ 60 ที่จะเข้าสู่ สภาวะลานีญา ในเดือนมิถุนายน-สิงหาคม

                                     รายงานสรุปปริมาณน้ำในเขื่อน กฟผ. ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2567

                                     ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ทุกแห่ง 35,283 ล้าน ลบ.ม. (57% ของความจุ) มีน้ำใช้งานได้ 12,239 ล้าน ลบ.ม. (32% ของความจุใช้งาน) น้อยกว่าปีที่แล้ว 1,555 ล้าน ลบ.ม.

รายงานสถานการณ์น้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2567

                                     อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง มีปริมาตรน้ำ 38,546 ล้าน ลบ.ม. (54%) เป็นน้ำใช้การ 15,008 ล้าน ลบ.ม. (32%) น้อยกว่าปีที่แล้ว 2,200 ล้าน ลบ.ม.

อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำพอใช้ (31-50%) จำนวน 19 แห่ง

                                     - อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำในเกณฑ์น้ำน้อย (≤30%) จำนวน 7 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำคลองสียัด (10%) อ่างเก็บน้ำป่าสักฯ (14%) อ่างเก็บน้ำขุนด่านฯ (18%)

อ่างเก็บน้ำกระเสียว (19%) อ่างเก็บน้ำปราณบุรี (23%) อ่างเก็บน้ำแควน้อยฯ (29%) และอ่างเก็บน้ำน้ำพุง (30%)

                                     ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 435 แห่ง ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 มีน้ำใช้การได้ 2,062 ล้าน ลบ.ม. (41%)

                                     คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ในช่วงฤดูฝน 2566/67 กรณีน้ำเฉลี่ย ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 มีน้ำใช้การได้ 31,661 ล้าน ลบ.ม. (67%) ซึ่งน้อยกว่าปี 2566 1,188 ล้าน ลบ.ม.

                                     แนวโน้มสถานการณ์น้ำท่าในลำน้ำสายหลัก ปริมาณน้ำท่าส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย (ต่ำกว่า 30% ของความจุลำน้ำ)

                                     กรมทรัพยากรน้ำ รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2567

                                     - สถานีที่มีปริมาณน้ำ (อัตราการไหล) ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 4 สถานี ได้แก่  สถานีเชียงคาน สถานีหนองคาย สถานีนครพนม และ สถานีมุกดาหาร

                                     - สถานีที่มีปริมาณน้ำ (อัตราการไหล) เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 1 สถานี ได้แก่ สถานีเชียงแสน

                                     - สถานีที่มีปริมาณน้ำ (อัตราการไหล) มีแนวโน้มทรงตัวจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 1 สถานี ได้แก่ สถานีโขงเจียม

                                     การประปาส่วนภูมิภาค รายงานสถานการณ์น้ำ วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 มีการจ่ายน้ำเป็นเวลา จำนวน 3 สาขา ได้แก่

                                     1) กปภ.สาขาเกาะพะงัน จ.สุราษฎรธานี

                                     2) กปภ.สาขากระบี่ จ.กระบี่

                                     3) กปภ.สาขานครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช

                                     ส่วนสาขาอื่นๆ สามารถผลิตและจ่ายน้ำได้ตามปกติ