การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ(SWOC) ครั้งที่ 7/2567

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุประดิษฐ์ จันทร์ดาประดิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรน้ำ ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุม คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 7/2567 ผ่านระบบ VDO Conference พร้อมกับนางสาวสรัลพร เบญจทรัพย์ นายวีชาติ เติบกายา และนางสาวพิชยา ดวงเพชร โดยมี นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ทำหน้าที่ เป็นประธานในการประชุม
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำจากหน่วยงานต่างๆ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้
พยากรณ์อากาศระหว่างวันที่ 12 - 13 กุมภาพันธ์ 2567 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้บริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร และทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนระหว่างช่วงวันที่ 14 - 18 กุมภาพันธ์ 2567 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3 – 5 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่งเกิดขึ้นได้ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง
ปริมาณฝนสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 11 กุมภาพันธ์ 2567 มีปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศ 21.7 มม. และต่ำกว่าค่าปกติ 36.1 มม. (40%)
ปรากฏการณ์เอนโซ ที่อยู่ในสภาวะเอลนีโญกำลังแรงจะอ่อนกำลังลงและจะกลับเข้าสู่สภาวะเป็นกลางในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน โดยมีโอกาสที่สภาวะลานีญาจะพัฒนาตัวขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคมด้วยความน่าจะเป็นร้อยละ 55
รายงานสถานการณ์น้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ณ ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง มีปริมาณน้ำ 49,835 ล้าน ลบ.ม. (70%) เป็นน้ำใช้การ 26,296 ล้าน ลบ.ม. (55%) อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำดีมาก (80%ขึ้นไป) จำนวน 5 แห่ง เกณฑ์น้ำดี (51-80%) จำนวน 20 แห่ง เกณฑ์น้ำพอใช้ (31-50%) จำนวน 8 แห่ง และเกณฑ์น้ำน้อย (น้อยกว่า 30%) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำกระเสียว และอ่างเก็บน้ำคลองสียัด
คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ในช่วงฤดูแล้ง 2566/67 ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 (กรณีน้ำน้อย) มีน้ำใช้การได้ 17,261 ล้าน ลบ.ม. (36%) ซึ่งน้อยกว่าปี 2566 526 ล้าน ลบ.ม.
สถานการณ์ค่าความเค็มและปริมาณน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 7:00 น.
- สถานีสูบน้ำประปาสำแล มีค่าความเค็ม 0.21 กรัม/ลิตร
- สถานีสะพานพระนั่งเกล้า มีค่าความเค็ม 0.83 กรัม/ลิตร
- สถานีท่าน้ำนนท์ มีค่าความเค็ม 1.16 กรัม/ลิตร
- สถานีกรมชลประทานสามเสน มีค่าความเค็ม 1.91 กรัม/ลิตร
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รายงานสถานการณ์น้ำเขื่อน กฟผ. ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 มีปริมาณน้ำในอ่างฯทุกแห่ง 43,892 ล้าน ลบ.ม. (71% ของความจุ) มีน้ำใช้การได้ 20,847 ล้านลบ.ม. (54% ของความจุใช้การ)
กรมทรัพยากรน้ำ รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567
สถานีที่มีปริมาณน้ำ (อัตราการไหล) ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 6 สถานี ได้แก่ สถานีเชียงแสน สถานีเชียงคาน สถานีหนองคาย สถานีนครพนม สถานีมุกดาหาร ละสถานีโขงเจียม
การประปาส่วนภูมิภาค รายงานสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 สามารถผลิตและจ่ายน้ำได้ตามปกติทุกสาขา