การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ (SWOC) ครั้งที่ 2/2568

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 นางพิชญา จันทร์ทิพย์ หัวหน้างานวิเคราะห์พัฒนาแหล่งน้ำ และนางสาววริษฐา ธนสัมบัณณ์ หัวหน้างานสารสนเทศทรัพยากรน้ำ
ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 2/2568 ผ่านระบบ VDO Conference พร้อมกับนางสาวสรัลพร เบญจทรัพย์ วิศวกร 5
นางสาวพิชยา ดวงเพชร วิศวกร 5 และ นายวีรชาติ เติบกายานักธรณีวิทยา 4 โดยมี นายปกรณ์ สุตสุนทร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา กรมชลประทาน ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำจากหน่วยงานต่างๆ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้
การคาดหมายลักษณะอากาศของประเทศไทยระหว่างวันที่ 13 – 19 มกราคม 2568
ช่วงวันที่ 14 – 15 มกราคม 2568 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรง
ที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยเฉพาะภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออก-
เฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
มีกำลังอ่อนลง
ช่วงวันที่ 16 – 19 มกราคม 2568 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่เสริมเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน
ภาคใต้ตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น
ให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนล่างของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น
ปริมาณฝนสะสมของประเทศไทย ตั้งแต่ 1 มกราคม –12 มกราคม 2568 ภาพรวมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติ 50% มีฝนสะสม 7.2 มม. (ค่าปกติ 14.4 มม.)
การคาดหมายปรากฏการณ์เอนโซ ปัจจุบันอยู่ในสภาวะปกติ โดยมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะลานีญากำลังอ่อนและจะคงสภาวะดังกล่าวต่อไประยะหนึ่ง หลังจากนั้น
จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
รายงานสถานการณ์น้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2568 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง มีปริมาตรน้ำ 55,063 ล้าน ลบ.ม. (78%)
เป็นน้ำใช้การ 31,524 ล้าน ลบ.ม. (67%) มากกว่าปีที่แล้ว 1,662 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำดี (51-81%) จำนวน 24 แห่ง
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 435 แห่ง ณ วันที่ 12 มกราคม 2568 มีปริมาตรน้ำ 3,921 ล้าน ลบ.ม. (72%) เป็นน้ำใช้การได้ 3,520 ล้าน ลบ.ม. (70%)
คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ในช่วงฤดูแล้ง 2567/68 กรณีน้ำเฉลี่ย ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 มีน้ำใช้การได้ 18,979 ล้าน ลบ.ม. (40%)
ซึ่งมากกว่าปี 2567 3,278 ล้าน ลบ.ม.
การประปาส่วนภูมิภาค รายงานสถานการณ์ กปภ.สาขาเสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบในฤดูแล้งปี 2567/2568 คาดการณ์ ณ 1 มกราคม 2568 โดยเสี่ยงด้านปริมาณน้ำ 23 สาขา
20 จังหวัด และเสี่ยงด้านคุณภาพน้ำ 8 สาขา 6 จังหวัด
ทั้งนี้ ที่ประชุมขอให้ กปภ.นำแผนการรองรับการแก้ไขปัญหา กปภ.สาขาเสี่ยง ปี 2568 เข้าที่ประชุมอนุบริหารจัดการน้ำในครั้งต่อไป และให้ทบทวนข้อมูลด้านปริมาณน้ำ
ของ กปภ.สาขาเสี่ยง จำนวน 2 สาขา ได้แก่ 1. กปภ.สาขาสวนผึ้ง เนื่องจากอ่างเก็บน้ำชัฏป่าหวาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบของกปภ.สาขา มีความเสี่ยงที่ปริมาณน้ำไม่เพียงพอ จะมีแผนการรองรับ
ด้านปริมาณน้ำในอนาคตอย่างไร และ 2.กปภ.สาขาสวนแตง อยู่ในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเยอะ ให้ทบทวนเรื่องความเสี่ยงที่จะขาดแคลนน้ำ