กองพัฒนาแหล่งน้ำ

กองพัฒนาแหล่งน้ำ

การประปาส่วนภูมิภาค

การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ (SWOC) ครั้งที่ 38/2566

                                         เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 นางสาวสรัลพร  เบญจทรัพย์ วิศวกร 4 ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุม คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้ม
สถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 38/2566 ผ่านระบบ VDO Conference พร้อมกับนางสาวพิชยา ดวงเพชร วิศวกร 4 โดยมีนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กรมชลประทาน
ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

                                        ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำจากหน่วยงานต่างๆ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้

                                        ช่วงวันที่ 2- 4 ตุลาคม  2566 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกลดลง ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีฝนตกเพิ่ม
และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้ในบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

                                         ช่วงวันที่ 5 – 8 ตุลาคม 2566 ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ประกอบกับร่องมรสุม
เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น

                                         ปริมาณฝนสะสมของประเทศไทย ตั้งแต่ 1 มกราคม – 1 ตุลาคม 2566 มีแนวโน้มใกล้เคียงปริมาณฝนสะสมปี 2563 ภาพรวมทั้งประเทศมีฝนสะสม 1154.7 มม.
ต่ำกว่าค่าปกติ 11% (ค่าปกติ 1296.4 มม.) รายงานสรุปปริมาณน้ำในเขื่อน กฟผ. ณ วันที่ 18 กันยายน 2566

                                        - ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ทุกแห่ง 42,075 ล้าน ลบ.ม. (68% ของความจุ) น้อยกว่าปีที่แล้ว 3,585 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำใช้งานได้ 19,031 ล้าน ลบ.ม. (50 % ของความจุใช้งาน)

                                       - สถานการณ์น้ำในเขื่อน กฟผ. ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ยกเว้นเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนจุฬาภรณ์ มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังน้ำน้อย (ต่ำกว่า Lower Rule Curve : LRC)

                                       - ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสม วันที่ 1 มกราคม – 1 ตุลาคม 2566 ส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำไหลเข้าน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ยกเว้นเขื่อนน้ำพุงมากกว่าค่าเฉลี่ย 31% เขื่อนบางลางมากกว่าค่าเฉลี่ย 11% และเขื่อนรัชชประภามากกว่าค่าเฉลี่ย 1%

                                       รายงานสถานการณ์น้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2566

                                      อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง มีปริมาตรน้ำ 47,893 ล้าน ลบ.ม. (87%) เป็นน้ำใช้การ 24,356 ล้าน ลบ.ม. (51%) อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำดี (51-80%) จำนวน 17 แห่ง

                                     - อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำในเกณฑ์น้ำน้อย (≤ 30%) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองสียัด (23%) และอ่างเก็บน้ำทับเสลา (28%)

                                     -  มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สูงกว่า URC 7 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล อ่างเก็บน้ำกิ่วลม อ่างเก็บน้ำแม่มอก อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง
อ่างเก็บน้ำน้ำพุง อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ และอ่างเก็บน้ำลำปาว

                                     ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 435 แห่ง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2566 มีน้ำใช้การได้ 3,906 ล้าน ลบ.ม. (72%)

                                     คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ในช่วงฤดูฝน 2566 กรณีน้ำ one map ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 มีน้ำใช้การได้ 26,420 ล้าน ลบ.ม. (56%) ซึ่งน้อยกว่าปี 2565 9,442 ล้าน ลบ.ม.

                                    กรมทรัพยากรน้ำ รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2566

                                   - สถานีที่มีปริมาณน้ำ (อัตราการไหล) ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานีเชียงแสน สถานีเชียงคาน และสถานีหนองคาย

                                   - สถานีที่มีปริมาณน้ำ (อัตราการไหล) เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานีนครพนม สถานีมุกดาหาร และสถานีโขงเจียม

                                  การประปาส่วนภูมิภาค รายงานสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2566

                                  - มีการจ่ายเป็นเวลา 1 สาขา คือ กปภ.สาขาเกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี

                                  - สาขาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยส่งผลต่อการผลิตและจ่ายน้ำ 1 สาขา คือ กปภ.สาขาเถิน หน่วยบริการสบปราบ จ.ลำปาง