กองพัฒนาแหล่งน้ำ

กองพัฒนาแหล่งน้ำ

การประปาส่วนภูมิภาค

การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ (SWOC) ครั้งที่ 23/2565

                      เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2565 นางสาวสรัลพร เบญจทรัพย์ วิศวกร 4 ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุม คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 23/2565 ผ่านระบบ VDO Conference โดยมีนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

                      ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำจากหน่วยงานต่างๆ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้

                      ในช่วงวันที่ 14-16 มิถุนายน 2565 ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้

                      ในช่วงวันที่ 17-20 มิถุนายน 2565 ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบน ประเทศลาวตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่

                      ปริมาณฝนสะสม ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 - ปัจจุบัน ภาพรวมทั้งประเทศมีฝนสะสมมากกว่าค่าปกติ 167.2 มม. (37%) (ค่าปกติ 445.0 มม.)

                      คาดการณ์ฝนช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม 2565 ช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ปริมาณและการกระจายของฝนบริเวณประเทศไทยจะเริ่มลดลง จะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง หลังจากนั้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน ปริมาณและการกระจายฝนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและจะลดลงเมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม

                      รายงานสรุปปริมาณน้ำในเขื่อน กฟผ. ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2565 มีปริมาณน้ำใช้การได้ 11,999 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว 6,022 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยมีจำนวน 1 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ โดยปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนช่วงวันที่ 1 มกราคม – 14 มิถุนายน 2565 พบว่าไม่มีเขื่อนใดที่มีปริมาณน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

                      รายงานสถานการณ์น้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2565 มีปริมาตรน้ำ 39,330 ล้าน ลบ.ม. (55%) เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 15,788 ล้าน ลบ.ม. (33%) โดยมีอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย (<30%) จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล (21%) อ่างเก็บน้ำคลองสียัด (22%) อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (24%) อ่างเก็บน้ำป่าสักฯ (26%) และอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง (30%) และอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำดี (51-80%)

                      น้ำท่าในลำน้ำสายหลัก ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2565 ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย ต่ำกว่า 30%  ของความจุลำน้ำ

                      ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 412 แห่ง ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2565 มีน้ำใช้การได้ 2,787 ล้าน ลบ.ม. (59%)

                      คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ในกรณีน้ำเฉลี่ย มีน้ำใช้การได้ 35,415 ล้าน ลบ.ม. (75%) ซึ่งมากกว่าปี 2564 4,958 ล้าน ลบ.ม.

                      กรมทรัพยากรน้ำ รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2565 สถานีที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานีเชียงแสน สถานีเชียงคาน สถานีหนองคาย และสถานีที่มีปริมาณน้ำลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานีนครพนม สถานีมุกดาหาร และสถานีโขงเจียม

                      การประปาส่วนภูมิภาค รายงานสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2565 สามารถผลิตจ่ายน้ำได้ตามปกติทุกสาขา