กองพัฒนาแหล่งน้ำ

กองพัฒนาแหล่งน้ำ

การประปาส่วนภูมิภาค

การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ (SWOC) ครั้งที่ 29/2566

                                          เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 นางสาวสรัลพร  เบญจทรัพย์ วิศวกร 4 ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุม คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ
ครั้งที่ 29/2566 ผ่านระบบ VDO Conference พร้อมกับนางสาวพิชยา ดวงเพชร วิศวกร 4 โดยมีนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กรมชลประทาน ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

                                          ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำจากหน่วยงานต่างๆ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้

                                          ช่วงวันที่ 24 – 25 กรกฎาคม 2566 ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น
และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากในบางพื้นที่ภาคตะวันออก

                                          ช่วงวันที่ 26 -  30 กรกฎาคม 2566 ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง
แต่ยังคงมีฝนตกหนักในบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก และในช่วงวันที่ 29 – 30 กรกฎาคม ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนบน
และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น

                                          พายุไต้ฝุ่นทกซูรี บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ จะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในช่วงวันที่ 26-27 กรกฎาคม หลังจากนั้นจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณ
ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน พายุไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจึงไม่เกิดผลกระทบโดยตรง

                                         ปริมาณฝนสะสม ตั้งแต่ 1 มกราคม – 23 กรกฎาคม 2566 ภาพรวมทั้งประเทศมีฝนสะสม 577.4 มม. ต่ำกว่าค่าปกติ 20% (ค่าปกติ 720.6 มม.)

                                          รายงานสรุปปริมาณน้ำในเขื่อน กฟผ. วันที่ 24 กรกฎาคม 2566

                                          - ปริมาณน้ำในอ่างฯ ทุกแห่ง 32,354 ล้าน ลบ.ม. (53% ของความจุ) น้อยกว่าปีที่แล้ว 2,445 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำใช้งานได้ 9,309 ล้าน ลบ.ม. (24% ของความจุใช้งาน)

                                          - สถานการณ์น้ำในเขื่อน กฟผ. ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ยกเว้นเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนจุฬาภรณ์ มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังน้ำน้อย (ต่ำกว่า Lower Rule Curve : LRC)

                                           - ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสม วันที่ 1 มกราคม – 23 กรกฎาคม 2566 ทุกเขื่อนมีปริมาณน้ำไหลเข้าน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ยกเว้นเขื่อนบางลาง มากกว่าค่าเฉลี่ย 23%

                                           รายงานสถานการณ์น้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2566 

                                           อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง มีปริมาตรน้ำ 35,764 ล้าน ลบ.ม. (50%) เป็นน้ำใช้การ 12,227 ล้าน ลบ.ม. (26%) อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำพอใช้
31-50%) จำนวน 16 แห่ง

                                           -  อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำในเกณฑ์น้ำน้อย (≤ 30%) จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บป่าสักฯ (11%) อ่างเก็บน้ำปราณบุรี (17%) อ่างเก็บน้ำแควน้อยฯ (17%)
อ่างเก็บน้ำคลองสียัด (18%) อ่างเก็บน้ำนฤบดินทร์-จินดา (26%) อ่างเก็บน้ำกระเสียว (26%) อ่างเก็บน้ำน้ำพุง (28%) และอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน (30%)

                                           ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 435 แห่ง ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2566 มีน้ำใช้การได้ 2,118 ล้าน ลบ.ม. (42%)

                                           คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ในช่วงฤดูฝน 2566 กรณีน้ำ one map ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 มีน้ำใช้การ 20,735 ล้าน ลบ.ม. (44%) ซึ่งน้อยกว่าว่าปี 2565 15,127 ล้าน ลบ.ม.

                                           กรมทรัพยากรน้ำ รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2566

                                            - สถานีที่มีปริมาณน้ำ (อัตราการไหล) เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 4 สถานี ได้แก่ สถานีเชียงแสน สถานีนครพนม สถานีมุกดาหาร และสถานีโขงเจียม

                                            - สถานีที่มีปริมาณน้ำ (อัตราการไหล) ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 2 สถานี ได้แก่ สถานีเชียงคาน และสถานีหนองคาย

                                            การประปาส่วนภูมิภาค รายงานสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2566

                                             - มีการจ่ายเป็นเวลา 1 สาขา คือ กปภ.สาขาเกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี

                                            - มีการลดแรงดันน้ำ 1 สาขา คือ กปภ.สาขาบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์