กองพัฒนาแหล่งน้ำ

กองพัฒนาแหล่งน้ำ

การประปาส่วนภูมิภาค

การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ (SWOC) ครั้งที่ 29/2565

 

                    เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 สรัลพร เบญจทรัพย์ วิศวกร 4 ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุม คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 29/2565 ผ่านระบบ VDO Conference พร้อมกับนายสุประดิษฐ์ จันทร์ดาประดิษฐ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำ โดยมีนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

                    ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำจากหน่วยงานต่างๆ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้

                    พยากรณ์อากาศใน 7 วันข้างหน้าระหว่างวันที่ 25-31 กรกฎาคม 2565

                    ในช่วงวันที่ 25-28 กรกฎาคม 2565 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยเฉพาะทางด้านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อน โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

                    ในช่วงวันที่ 29-31 กรกฎาคม 2565 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นโดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้

                    ปริมาณฝนสะสม ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565–24 กรกฎาคม 2565 ภาพรวมทั้งประเทศมีฝนสะสมมากกว่าค่าปกติ 209.3 มม. (29%) (ค่าปกติ 727.5 มม.)

                    รายงานสรุปปริมาณน้ำในเขื่อน กฟผ. ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 มีปริมาณน้ำในอ่างฯ ทุกแห่ง 34,929 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว 5,790 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อย มีจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ (เอกสารแนบ 2) โดยปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสมช่วงวันที่ 1 มกราคม - 24 กรกฎาคม 2565 พบว่าเขื่อนวชิราลงกรณ์มีปริมาณน้ำน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

                    รายงานสถานการณ์น้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2565 มีปริมาตรน้ำ 39,274 ล้าน ลบ.ม. (55%) ปริมาณน้ำใช้การได้ 15,732 ล้าน ลบ.ม. (33%) โดยอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย (<30%) มีจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำป่าสักฯ (27%) อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (27%) อ่างเก็บน้ำขุนด่านฯ (29%) และอ่างเก็บน้ำคลองสียัด (29%) ส่วนอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำดีมาก (>81%) มีจำนวน 1 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา (95%)

                    น้ำท่าในลำน้ำสายหลัก ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย ต่ำกว่า 30% ของความจุลำน้ำ ส่วนปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำดี (51-80%) ได้แก่ แม่น้ำโขง (จ.หนองคาย) แม่น้ำชี (จ.มหาสารคาม) แม่น้ำมูล (จ.นครราชสีมา) น้ำเข็ก (จ.พิษณุโลก) แม่น้ำยม (จ.พิษณุโลก) แม่น้ำป่าสัก (จ.เพชรบูรณ์) และแม่น้ำท่าจีน (จ.นครปฐม)

                    ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 412 แห่ง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2565 มีน้ำใช้การ 2,897 ล้าน ลบ.ม. (61%)

                    คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ในกรณีน้ำเฉลี่ย มีน้ำใช้การได้ 30,099 ล้าน ลบ.ม. (68%) ซึ่งมากกว่าปี 2564 1,642 ล้าน ลบ.ม.

                    กรมทรัพยากรน้ำ รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 สถานีที่มีปริมาณน้ำลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 5 สถานี ได้แก่ สถานีเชียงแสน สถานีเชียงคาน
สถานีหนองคาย สถานีมุกดาหาร และสถานีโขงเจียม ส่วนสถานีที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 1 สถานี ได้แก่ สถานีนครพนม

                    การประปาส่วนภูมิภาค รายงานสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 สามารถผลิตจ่ายน้ำได้ตามปกติทุกสาขา