การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ (SWOC) ครั้งที่ 32/2565

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2565 นางสาววริษฐา ธนสัมบัณณ์ นักธรณีวิทยา 7 ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุม คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 32/2565 ผ่านระบบ VDO Conference พร้อมกับนายสุประดิษฐ์ จันทร์ดาประดิษฐ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำ และนางสาวสรัลพร เบญจทรัพย์ วิศวกร 4 โดยมีนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กรมชลประทาน ทำหน้าที่ เป็นประธานในการประชุม
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำจากหน่วยงานต่างๆ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้
พยากรณ์อากาศระหว่างวันที่ 16-21 สิงหาคม 2565
ในช่วงวันที่ 16 – 17 สิงหาคม 2565 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 18 - 19 สิงหาคม 2565 ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านบริเวณประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 20 - 21 สิงหาคม 2565 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
ปริมาณฝนสะสม ตั้งแต่ 1 มกราคม - 14 สิงหาคม 2565 ภาพรวมทั้งประเทศมีฝนสะสมมากกว่าค่าปกติ 211.6 มม. (24%) (ค่าปกติ 884.2 มม.)
สสน. คาดการณ์ว่าอาจมีพายุเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม โดยแนวร่องมรสุมจะเคลื่อนที่ไปพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง หรือภาคกลางตอนบน ซึ่งพื้นที่ที่พายุพาดผ่านจะผ่านแนวต้นน้ำของเขื่อนป่าสัก เขื่อนป่าสักอาจต้องมีการบริหารจัดการน้ำเพื่อเตรียมรับมือกับพายุที่อาจเกิดขึ้น
รายงานสรุปปริมาณน้ำในเขื่อน กฟผ. ณ 16 สิงหาคม 2565
- ปริมาณน้ำในอ่างฯ ทุกแห่ง 36,989 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปีที่แล้ว 4,385 ล้าน ลบ.ม.
- เขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยมีจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนห้วยกุ่ม
- ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสม ช่วงวันที่ 1 มกราคม – 16 สิงหาคม 2565 เขื่อนวชิราลงกรณ ปริมาณน้ำน้อยกว่าค่าเฉลี่ย
รายงานสถานการณ์น้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2565
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง มีปริมาตรน้ำ 40,188 ล้าน ลบ.ม. (57%) เป็นน้ำใช้การ 16,651 ล้าน ลบ.ม. (35%) อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำดี (51-80%) ปริมาตรน้ำ 42,258 ล้าน ลบ.ม. (60%) เป็นน้ำใช้การ 18,721 ล้าน ลบ.ม. (40%) อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำดี (51-80%) อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำในเกณฑ์น้ำดีมาก (>81%) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา(83%) และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล(82%)
น้ำท่าในลำน้ำสายหลัก ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2565 ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยต่ำกว่า 30% ของความจุลำน้ำ และปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำดี ( 51-80% ) ได้แก่
- สถานี Kh.1 แม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย
- สถานี Kh.100 แม่น้ำโขง จังหวัดบึงกาฬ
- สถานี E.8A แม่น้ำชี จังหวัดมหาสารคาม
- สถานี M.184 แม่น้ำมูล จังหวัดนครราชสีมา
- สถานี Y.16 แม่น้ำยม จังหวัดพิษณุโลก
- สถานี N.8 แม่น้ำน่าน จังหวัดพิจิตร
- สถานี S.42 แม่น้ำป่าสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
- สถานี T.1 แม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม
- สถานี Kgt.3 แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 412 แห่ง ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2565 มีน้ำใช้การได้ 3,193 ล้าน ลบ.ม. (67%)
คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ในกรณีน้ำเฉลี่ย มีน้ำใช้การได้ 29,689 ล้าน ลบ.ม. (63%) ซึ่งมากกว่าปี 2564 768 ล้าน ลบ.ม.
การประปาส่วนภูมิภาค รายงานสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2565 กปภ.สาขาที่ประสบอุทกภัยจากพายุมู่หลาน ช่วงวันที่ 13 – 15 สิงหาคม 2565 ส่งผลให้หยุดผลิตและจ่ายน้ำชั่วคราว จำนวน 4 สาขา ได้แก่
- กปภ.สาขาแม่สาย จังหวัดเชียงราย
- กปภ.สาขาเชียงราย จังหวัดเชียงราย
- กปภ.สาขาฝาง (แม่ข่ายและหน่วยบริการแม่อาย) จังหวัดเชียงใหม่
- กปภ.สาขาท่าวังผา (หน่วยบริการเชียงกลาง) จังหวัดน่าน
ปัจจุบันสามารถผลิตจ่ายน้ำได้ตามปกติทุกสาขา