กองพัฒนาแหล่งน้ำ

กองพัฒนาแหล่งน้ำ

การประปาส่วนภูมิภาค

การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ (SWOC) ครั้งที่ 36/2567

                     

                  เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 นางพิชญา จันทร์ทิพย์ หัวหน้างานวิเคราะห์พัฒนาแหล่งน้ำ ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ
ครั้งที่ 36/2567 ผ่านระบบ VDO Conference พร้อมกับ นายณัฐดนัย จุลทรักษ์ วิศวกร 4 และนายวีรชาติ เติบกายา นักธรณีวิทยา 4 โดยมี นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำ
และอุทกวิทยา ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

                   ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำจากหน่วยงานต่างๆ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้

                   การคาดหมายลักษณะอากาศของประเทศไทยระหว่างวันที่ 23 – 31 ธันวาคม 2567

                   ช่วงวันที่ 23-31 ธันวาคม 2567 บริเวณความกดอากาศสูงแผ่ลงมาอย่างต่อเนื่อง อาจอ่อนกำลังลงไปบ้างส่งผลให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังทำให้มีอากาศเย็นต่อเนื่อง
ไปจนถึงสิ้นปี 2567

                    ในวันที่ 23 ธันวาคม 2567 มีพายุดีเปรสชันที่ก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้และจะอ่อนกำลังลงในวันที่ 25 ส่งผลให้ช่วงวันที่ 25-27 ธันวาคม 2567
อาจมีฝนตกในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนล่าง รวมไปถึงกรุงเทพมหานคร

                    ช่วงวันที่ 27-31 ธันวาคม 2567 เนื่องจากอิทธิพลของการสลายตัวของพายุก่อให้เกิดลมพัดสอบ พัดเข้ามาบริเวณภาคใต้ทางฝั่งทิศตะวันออก ส่งผลให้บริเวณพื้นที่ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และอาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ แต่ไม่เยอะเท่าในช่วงที่ผ่านมา

                   ปริมาณฝนสะสมของประเทศไทย ตั้งแต่ 1 มกราคม – 23 ธันวาคม 2567 ภาพรวมทั้งประเทศสูงกว่าค่าปกติ 5% มีฝนสะสม 1,696.8 มม. (ค่าปกติ 1,610.8 มม.)

                   การคาดหมายปรากฏการณ์เอนโซ ปัจจุบันอยู่ในสภาวะปกติ โดยมีความน่าจะเป็นร้อยละ 59 ที่จะเข้าสู่สภาวะลานีญากำลังอ่อนและจะคงสภาวะดังกล่าวต่อไประยะหนึ่ง
หลังจากนั้นจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2568

 

                   รายงานสรุปปริมาณน้ำในเขื่อน กฟผ. ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2567

                  ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทุกแห่ง 50,130 ล้าน ลบ.ม. (82% ของความจุ) มากกว่าปีที่แล้ว 2,266 ล้าน ลบ.ม)
                  กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2567

                  อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง มีปริมาตรน้ำ 57,414 ล้าน ลบ.ม. (81%) เป็นน้ำใช้การ 33,875 ล้าน ลบ.ม. (71%) มากกว่าปีที่แล้ว 2,035 ล้าน ลบ.ม.
อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำมาก (81% ขึ้นไป) จำนวน 12 แห่ง

                  ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 435 แห่ง ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2567 มีปริมาตรน้ำ 4,169 ล้าน ลบ.ม. (71%) เป็นน้ำใช้การได้ 3,766 ล้าน ลบ.ม. (75%)

                  คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ในช่วงฤดูแล้ง 2567/68 กรณีน้ำเฉลี่ย ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 มีน้ำใช้การได้ 20,427 ล้าน ลบ.ม. (43%)
ซึ่งมากกว่าปี 2567 4,726 ล้าน ลบ.ม.

                  สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดย สำนักงานชลประทานที่ 8

                  - ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำลำตะคลอง มีปริมาตรน้ำ 95 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของความจุ มีการระบายในอัตรา 4 ลบ.ม./วินาที โดยมีแผนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง
(1 พฤศจิกายน 2567 – 30 เมษายน 2568) 73 ล้าน ลบ.ม. โดยแบ่งเป็นน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการประปา 35 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของแผน ส่วนที่เหลือจะเป็นน้ำ
เพื่อดูแลระบบนิเวศ เกษตรกรรมที่ใช้น้ำน้อยและอุตสาหกรรม

                   - การจัดสรรน้ำตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 67 – ปัจจุบัน ตามแผนการใช้น้ำของเขื่อน
ลำตะคอง มีการใช้น้ำไปแล้ว 11 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ซึ่งยังต่ำกว่าแผนอยู่ 10 ล้าน ลบ.ม.
หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ทำให้คงเหลือน้ำที่ต้องจัดสรรในช่วงฤดูแล้ง 50 ล้าน ลบ.ม. โดยประมาณ ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอต่อความต้องการในการใช้น้ำอุปโภค-บริโภคและการประปาของจังหวัดนครราชสีมา

                   - จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 คาดว่าจะมีน้ำในอ่างประมาณ 69 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 22 ของความจุ

                   - สถานการณ์น้ำการประปาส่วนภูมิภาคสาขานครราชสีมา หน่วยบริการเฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบันมีการสูบใช้น้ำจากลำน้ำมูล และปริมาณน้ำในสระเก็บน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาค
มีปริมาณ 4.13 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 100 ของความจุ ซึ่งคาดว่าใช้น้ำได้อีกประมาณ 4 เดือน (ถึงสิ้นเดือนเมษายน) และการประปาส่วนภูมิภาคสาขานครราชสีมาได้มีแผนเสริมคันสระ
เพื่อเพิ่มความจุ รวมทั้งวางแผนรับมือภัยแล้งไว้แล้ว หากเกิดวิกฤตทำให้น้ำไม่เพียงพอ ในส่วนของน้ำในเขื่อนมูลบน-ลำแชะ มีน้ำสนับสนุนให้ตามความจำเป็น