กองพัฒนาแหล่งน้ำ

กองพัฒนาแหล่งน้ำ

การประปาส่วนภูมิภาค

การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ (SWOC) ครั้งที่ 27/2565

                    เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2565 สรัลพร เบญจทรัพย์ วิศวกร 4 ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุม คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 27/2565 ผ่านระบบ VDO Conference พร้อมกับนายสุประดิษฐ์ จันทร์ดาประดิษฐ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำ โดยมีนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำจากหน่วยงานต่างๆ และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้

                    พยากรณ์อากาศใน 7 วันข้างหน้าระหว่างวันที่ 11-17 กรกฎาคม 2565

                    ในช่วงวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2565 อิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ประกอบกับร่องมรสุมที่เคลื่อนมาพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคใต้ฝั่งตะวันออก

                    ในช่วงวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2565 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านบริเวณประเทศเมียนมา และประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลงยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก     

                    ปริมาณฝนสะสม ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 - ปัจจุบัน ภาพรวมทั้งประเทศมีฝนสะสมมากกว่าค่าปกติ 172.0 มม. (27%) (ค่าปกติ 631.8 มม.)

                    คาดการณ์ฝนช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2565 เดือนกรกฎาคมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยจะมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ปริมาณและการกระจายฝนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกันหลายวัน รวมทั้งอาจมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งได้

                    รายงานสรุปปริมาณน้ำในเขื่อน กฟผ. ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 มีปริมาณน้ำในอ่างฯ ทุกแห่ง 33,837 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว 5,689 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อย มีจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ โดยปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสมช่วงวันที่ 1 มกราคม–10 กรกฎาคม 2565 พบว่าเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนวชิราลงกรณ์ และเขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

                    รายงานสถานการณ์น้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2565 มีปริมาตรน้ำ 37,809 ล้าน ลบ.ม. (53%) ปริมาณน้ำใช้การได้ 14,267 ล้าน ลบ.ม. (30%) โดยอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย (<30%) มีจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำป่าสักฯ (17%) อ่างเก็บน้ำขุนด่านฯ (20%) อ่างเก็บน้ำคลองสียัด (25%) อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (26%) อ่างเก็บน้ำแควน้อยฯ (27%) อ่างเก็บน้ำน้ำพุง (28%) อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง (29%) ส่วนอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำดีมาก (>81%) ได้แก่ อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา (82%)

                    น้ำท่าในลำน้ำสายหลัก ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2565 ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย ต่ำกว่า 30% ของความจุลำน้ำ ยกเว้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเกณฑ์น้ำปกติและมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น

                    ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 412 แห่ง ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2565 มีน้ำใช้การได้ 2,569 ล้าน ลบ.ม. (54%)

                    คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 35 แห่ง ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ในกรณีน้ำเฉลี่ย มีน้ำใช้การได้ 31,527 ล้าน ลบ.ม. (67%) ซึ่งมากกว่าปี 2564 1,070 ล้าน ลบ.ม.

                    กรมทรัพยากรน้ำ รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 ไม่มีสถานีที่ปริมาณน้ำลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนสถานีที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวน 6 สถานี ได้แก่ สถานีเชียงแสน สถานีเชียงคาน สถานีหนองคาย สถานีนครพนม สถานีมุกดาหาร และสถานีโขงเจียม  

                    การประปาส่วนภูมิภาค รายงานสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 สามารถผลิตจ่ายน้ำได้ตามปกติทุกสาขา